Ongaku Ni Aisareta Otoko Sono Haran No Hansei
THAI TRANSLATION
CHAPTER 5 Page 162-180
SUGIZO MUSIC

หน้า 162

ตื่นสู่เส้นทางโซโล่
ผมรู้สึกเหมือนสำรอกสิ่งที่สะสมอยู่ในตัวออกมา

ผมคิดว่าการที่สมาชิกในวงต่างอุทิศตนทำงานโซโล่เดี่ยวของตัวเองหลังจาก LUNA SEA พักวงชั่วคราวในปี ค.ศ. 1997 นั้น มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากที่ทำให้สมาชิกแต่ละคนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1996 การทำเพลงที่จำกัดเฉพาะในกลุ่มของ LUNA SEA นั้นเริ่มมาถึงทางตัน ตัวผมเองก็เช่นกัน ความจริงคือผมไม่สามารถถ่ายทอดองค์ประกอบ รากเหง้าทางด้านดนตรี และความต้องการในการทำเพลงที่มีอยู่ตั้งแต่ต้นบนฟอร์แม็ตที่เรียกว่าวงดนตรีร็อกออกมาได้ทั้งหมด เสียงดนตรีที่อยู่ในตัวของผมระเบิดออกมาและหากไม่ถ่ายทอดออกไป ผมก็คงไม่สามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้

 

หน้า 163

จนผลสุดท้ายคืออัลบั้มโซโล่เดี่ยวผลงานแรกคือ “TRUTH?”

ตอนประมาณปี ค.ศ. 1993 ผมไปลอนดอนบ่อยมากนับครั้งไม่ถ้วน ทั้งไปเที่ยวส่วนตัวและไปทำงานจนกลายเป็นบ้านเกิดหลังที่ 2 ไปแล้ว ตอนนั้นผมติดแนวเพลงดรัม แอนด์ เบสและแอ็บสแตร็ก ฮิปฮอปที่ทำให้วงการใต้ดินฝั่งนั้นสั่นสะเทือน สิ่งนี้สร้างอิทธิพลกับผลงานโซโล่ชิ้นแรกของผมเป็นอย่างมาก เมื่อลองศึกษาดูว่าก็พบว่ารากเดิมของทั้งสองแนวเพลงนี้คือแจ๊สและโซล

เป็นเพราะผมชอบไมลส์ เดวิด, จาโก้ พสตอรีอุส, และโซลสมัยก่อนมาตั้งแต่ยังเด็ก เสียงที่ต่างกันสุดขั้วกับความชื่นชอบของผมจึงได้มาเจอกันในปี ค.ศ. 1997 แถมตอนช่วงแตกหนุ่มตอนนั้นเป็นช่วงที่มีอิทธิพลกับผมมากที่สุด ดนตรีที่เปลี่ยนชีวิตของผม… ทั้งแนวเพลงเทคโนฯ ที่มี YMO ดังมาก ผมคลั่งใคล้มากตอน ม. 1 และนิวเวฟสร้างอิทธิพลกับผมเป็นอย่างมาก

หากลองคิดดูตอนนี้แล้ว YMO เป็นวงดนตรีร็อกที่เยี่ยมยอดที่สุดและเป็นวงนิวเวฟ แต่ในตอนนั้นทุกคนเข้าใจว่าเป็นเทคโนฯ ที่ใหม่ที่สุด หากลองนึกดู

หน้า 164

ถ้ารวมกับสิ่งอื่นๆ ในอดีตที่ผมทำมาด้วยแล้ว นี่เป็นเหมือนรากแก้วเพลงแด๊นซ์และเทคโนฯ ที่ใหญ่ที่สุดของผม

ถ้าลองไล่ลึกลงไปอีก เทปที่พ่อให้ผมเมื่อตอนยังเด็กคือจุดเปลี่ยนทางด้านดนตรีกับผม
ในนั้นมีเพลงดังของเบิร์ต แบแคแร็กอยู่จำนวนหนึ่ง และซาวด์แทร็กโด่งดังที่ฟังได้เรื่อยๆ ไม่มีสิ้นสุดจากภาพยนตร์เรื่อง “A Man and a Woman”, “Love is a Many-Splendored Thing”, “Orfeu Negro” เต็มไปหมด ทั้งเพลงดังของเฟลาเดเฟีย โซลที่มีเสียงเส้นสายอันไพเราะ, เพลงฮิตของมาร์วิน เกย์, และเพลงของวงคาร์เพนเตอร์เวอร์ชั่นออเคสตรา
เพลงแนวบอสซาโนว่าที่อยู่ในอัลบั้ม “TRUTH?” ก็มีอิทธิพลมาจากเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ชื่นชอบและคลั่งใคล้สมัยประถม ผมรู้สึกเหมือนกับองค์ประกอบด้านดนตรีที่สะสมอยู่ในตัวผมทั้งหมดเหล่านี้นั้นอัดแน่นอยู่ในอัลบั้มแรก

 

หน้า 165

อัลบั้มนั้นมีดนตรีที่เป็นเหมือนเลือดเนื้อและสร้างอิทธิพลให้ตัวผมมากที่สุดในสมัยนั้น เป็นผลงานโซโล่เดี่ยวที่รวบรวมทุกสรรพวัฒนธรรมและผ่านฟิลเตอร์ของผมเอง

ผมทำออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และตอนนั้นผมให้สัมภาษณ์ไปเยอะเช่นกันว่าเหมือนผมกำลังสำรอก ขับสิ่งที่สะสมอยู่ในตัวผมออกมา สิ่งที่โดดเด่นที่สุดอาจจะเป็นเนื้อเพลง เพราะเป็นอัลบั้มแรกที่ผมเขียนเนื้อเพลงและร้องเอง พอลองมาดูตอนนี้แล้ว ผมเข้าใจดีจนแทบจะเจ็บปวดว่าตอนนั้นตัวเองกำลังทำอะไรหรือต้องการจะสื่ออะไร

ผมทำผลงานนี้ขึ้นในช่วงเวลาที่ผมไม่เข้าใจมากที่สุดว่าทำไมผมต้องทำเพลง ทำไมถึงต้องมีชีวิตอยู่ ซาวด์อาจจะค่อนไปทางอาร์ตหน่อย แต่เนื้อเพลงนั้นเปลือยเปล่า มีแต่สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของผม แค่เพียงพูดสิ่งที่สะสมอยู่ภายในตัวผมออกมาตรงๆ

 

หน้า 166

ตอนนั้นผมอยากร้องเพลง จึงต้องเขียนเนื้อเพลง อาจเป็นเพราะได้ขย้อนเอาตะกอนของตัวเองออกมา ตั้งแต่ทำอัลบั้ม “TRUTH?” ผมรู้สึกได้ว่าอะไรบางอย่างในตัวผมได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ระหว่างการอัลบั้ม ผมรู้สึกเหมือนทรมานตัวเอง ไม่สิ เรียกว่าปฏิเสธโลกใบนี้

เนื้อเพลง “LUNA” ที่อัดเป็นเพลงสุดท้ายคือสิ่งเดียวที่ช่วยชีวิตผมไว้ ชีวิตส่วนตัวของผมตะกุกตะกักเพราะความสับสนอลหม่านในใจที่ยังไม่รู้ตัวตนข้างในตอนนั้น มีเพียงความรักที่มีต่อลูกสาวเท่านั้นที่กลับแข็งแกร่งขึ้นเป็นทวีคูณ

ในเวลานั้นผมต้องปิดบังเรื่องแต่งงานและลูกสาวไม่ให้คนอื่นรู้ แต่ในเพลงนั้นมีเสียงของลูกสาวตอนที่ยังพูดไม่ได้อยู่ด้วย อาจเป็นเพลงเดียวที่มีพลังเขิงบวก ตั้งแต่ลูกสาวเกิด ผมรู้สึกเหมือนตัวตนจริงๆ ของผมได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเช่นกันเหมือนกับที่เขียนไว้ในเนื้อเพลง

ตอนทำเพลง ผมใช้ชีวิตไปๆ มาๆ คืออัดเสียงที่ลอนดอน และเก็บข้อมูลที่ญี่ปุ่น ยุ่งมากจนแทบไม่ได้พักผ่อน

 

หน้า 167

จริงๆ แล้วไม่แตกต่างจากตอนนี้ แต่แน่นอนว่าผมได้ประสบการณ์ที่ดีมากๆ ถ้าฟังผลงานนั้นในตอนนี้แล้ว 50% รู้สึกเหมือนเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอายุ 27-28 กำลังทำอะไรสนุกๆ อยู่ ส่วนอีก 50% รู้สึกว่ายังอ่อนหัด ทนฟังไม่ได้

แต่นี่แหละคือจุดกำเนิดเพลงของ SGZ มิวสิค การร่วมอัดเสียงกับริวอิจิ ซากาโมโต้ ศิลปินที่ชื่นชอบตั้งแต่ผมยังหนุ่มและมิค คาร์น มือเบสวง JAPAN เป็นประสบการณ์อันล้ำค่าอันยิ่งใหญ่ ตั้งแต่นั้นมาผมก็สนิท มิค คาร์น เปรียบเสมือนครอบครัวหนึ่ง

ในงานทัวร์อีเว้นท์ “ABSTRACT DAY” ที่ผมเป็นเจ้าภาพนั้นมีมาซามิ ซึจิยะที่ผมเคารพ, DJ KRUSH, วง JBK ที่รวมตัวโดยอดีตสมาชิกวง JAPAN เข้าร่วมประชันและขึ้นแสดงทุกคืนและทุกที่ ตอนนั้นความเป็นศิลปินหรือความสามารถทางด้านดนตรีนั้นเป็นสิ่งล้ำค่าของผมมาก วิธีการบรรเลงดนตรีที่ได้ร่ำเรียนมาอย่างหนักและวิถีทางสู่ดนตรีสดในตอนนั้นเป็นเครื่องมือขัดเกลาที่สร้างตัวผมในตอนนี้

ตอนนี้ การบรรเลงกับนักดนตรีจากหลายหลายชาตินั้นกลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้วก็จริง แต่ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่ได้หลอมเอาแนวดนตรีทุกประเภทและเชื้อชาติเข้ามารวมกัน

 

หน้า 168

สมาชิกที่ร่วมอัดเสียงมีทั้งคนผิวขาว คนผิวดำ ชาวอังกฤษ ชาวอเมริกัน หรือนักดนตรีชาวจาไมกาเชื้อสายอิตาเลียน ช่วงเวลาที่ได้สัมผัสประสบการณ์ข้ามแนวเพลงและเชื้อชาติโดยที่มีเป้าหมายทางดนตรีร่วมกันเป็นครั้งแรกคือช่วงเวลานี้เอง

หลังจากที่ LUNA SEA ปิดฉากลง ก็มีโปรเจ็กท์ SUGIZO & THE SPANK YOUR JUICE ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่อยากทำไลฟ์มากกว่าสิ่งอื่นใด แต่ก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าสไตล์หลักที่จะสร้างบนเวทีจะเป็นยังไง สุดท้ายแล้วผมจำเป็นต้องสร้างคอนเซปต์ของวงขึ้นมาจริงๆ
ผมจับเอาแนวเพลงไซแทรนซ์ที่ชอบมากในตอนนั้น, โซล, และฟังก์ที่ชอบมาตั้งแต่สมัยประถมเข้ามารวมกันเป็นวงดนตรี ใส่ฮอร์นกับเพอร์คัสชั่นเข้าไป กลายเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างจะอึกทึกครึกโครม แต่ตอนนั้นไม่รู้ทำไมถึงอยากทำเรื่องบ้าๆ กับทุกคน แต่นั่นก็เป็นความสุขแล้วล่ะ

 

หน้า 169

แถมในปี ค.ศ. 2001 และ 2002 ผมได้เข้าไปดูแลเพลงแด๊นซ์สมัยใหม่โดยเข้าไปแก้ไขและขึ้นเล่นใน “H・ART・CHAOS~Suichoku no Yume~” ทั้งยังทำซาวด์แทร็กในภาพยนตร์เรื่อง “Soundtrack” และออกอัลบั้มเพลงเวอร์ชั่นอะคูสติก ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีผลงานค่อนข้างเยอะ สร้างเพลงออกมามากมาย

หลังจาก LUNA SEA ปิดฉากลง ก็มีอัลบั้มโซโล่ออริจินอล “C:LEAR” ออกมาในปี ค.ศ. 2003 แต่ในระหว่างนั้นก็มีดนตรีออกมาหลากหลายรูปแบบ หรืออีกความหมายหนึ่งคือ ข้างในตัวผมรู้สึกเหมือนเที่ยวรอบโลก

สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่าง “TRUTH?” และ “C:LEAR” คือ อัลบั้มแรกผมมีแกนหลักเป็น LUNA SEA ดังนั้นจึงเป็นผลงานที่รวบรวมสิ่งที่วงดนตรีร็อกไม่สามารถถ่ายทอดออกมาได้ ส่วนอัลบั้มหลังนั้น สร้างขึ้นโดยไม่มีคอนเซปต์วง เครื่องดนตรีเล่นสดและจุดยืนวงร็อกจึงกลายเป็นหลักไปโดยปริยาย

หน้า 170

สุดท้ายแล้ว อาจจะเป็นอัลบั้มหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นรวมฮิตเพลงร็อกแบบฉบับ SUGIZO ก็ว่าได้ หากดูจากตอนนี้แล้ว ผมค่อนข้างชอบความรู้สึกนั้นมากทีเดียว เพลง “NO MORE MACHINEGUNS PLAY THE GUITAR” ที่อยู่ในอัลบั้ม “C:LEAR” นั้นเป็นเพลงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ 9/11 และการทำอะไรโดยไม่คิดของรัฐบาลจอร์จ บุช เพลงนี้เป็นเสมือนการประท้วงที่เปลี่ยนจากจิตใจแรงกล้าที่มีต่อโลกใบนี้ให้ออกมาเป็นเพลง และผมสามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก

ทั้งบ็อบ ดีแลน, จอห์น เลนนอน หรือมาร์วิน เกย์ ต่างก็หยิบยกเอาสงครามหรือปัญหาบ้านเมืองมาเป็นหัวข้อกันทั้งนั้น ผมคิดว่านี่แหละคือดนตรี แต่ตอนสื่อความรู้สึกนั้นออกมา บางครั้งมีการประชด, เสียดสี, ทิ่มแทง, หรือการโจมตีอยู่ในบทเพลงเช่นกัน และบางครั้งก็ต้องใช้คำหยาบคายหรือคำที่ฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจเพื่อจะถ่ายทอดออกไป สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักดนตรีญี่ปุ่นและค่ายเพลงในช่วงนี้ต่างหวาดกลัว เราควรเชื่อในพลัง ความสำคัญ และความเป็นไปได้ในดนตรีให้มากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดมาโดยตลอด

Total
97
Shares