ONENESS M ปาฏิหาริย์ของ SUGIZO

BARKS
www.barks.jp
27 พฤศจิกายน 2017

ONENESS M เส้นทางปาฏิหาริย์ที่ SUGIZO สร้างขึ้น

SUGIZO ทำ Solo Album 『ONENESS M』 เสร็จแล้ว  เป็นงานที่ทุ่มเทในฐานะ Project ฉลองครบรอบ 20 ปีของการออกอัลบั้มเดี่ยวของเขา  มีการ Featuring ที่แสนมหัศจรรย์กับนักร้องชื่อดังถึง 10 คน และที่สำคัญคือ “ทุกคนเป็นเพื่อนกัน”

เพลงแห่งสีสันสดใสทั้ง 10 สีกับนักดนตรีที่เห็นความไพเราะของเครื่องดนตรี, นักดนตรีที่อาจมีภาพลักษณ์แตกต่างกัน, รุ่นพี่, รุ่นเดียวกัน และรุ่นน้องในชีวิตศิลปินที่ผ่านมาของ SUGIZO แต่『ONENESS M』ที่เอ่อล้นไปด้วยความคลั่งไคล้ ถูกบ่มเพาะและทำตามเส้นทางแห่งความสำเร็จอย่างไรบ้าง เรามาลองค้นหา “เส้นทางปาฏิหาริย์” ที่เกิดเป็น『ONENESS M』ที่สั่งสมมาเป็นงาน Solo ครบรอบ 20 ปีอัลบั้มนี้กันครับ

Barks: สำหรับงานเพลง “OTO” ตอนนั้น SUGIZO แสดงออกมา “ราวกับด้านมืด” สิ่งนั้นเองที่เป็นจุดกำเนิดของ『ONENESS M』ใช่ไหม?
SUGIZO: ก็ประมาณนั้นครับ แต่ ณ ตอนนั้นคอนเซ็ปของอัลบั้มนี้เสร็จเรียบร้อยไปแล้วนะครับ และเพลงก็มีประมาณครึ่งหนึ่งแล้วด้วย ดังนั้นจึงพูดได้ว่าคืบหน้าไปเกือบจะพร้อมๆ กันครับ สไตล์ของผมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลักๆผมทำงานเกี่ยวกับ Soundtrack ภาพยนตร์และดนตรีประกอบละครเวที แต่เพราะความคิดที่ว่าอยากทำผลงานเพลงออกมาเช่นกันค่อยๆเพิ่มมากขึ้น เลยรู้สึกเหมือนผมจะโหมทำทุกอย่างออกมาพร้อมๆกันทีเดียวเลย

Barks: มีการเฟ้นหานักร้องด้วยใช่ไหมครับ?
SUGIZO: เมื่อก่อนผมเคยคิดอยากให้นักร้องที่ผมเคารพมาร้องเพลงของผม แล้วถ้ารวบรวมมาเป็นอัลบั้ม 1 อัลบั้มได้คงสุดยอดไปเลย แต่จะให้ทำเลยตอนที่กำลังทำเพลงอยู่ก็จะกะทันหันไป เลยหาโอกาสอยู่ครับ และได้จังหวะในโอกาสครบรอบ 20 ปีนี้ ผมแพลนไว้ในใจมาแบบนี้ครับ

Barks: มี Solo album ของตัวเอง แต่ไม่ใช่ ”ผลงาน Solo” แบบนี้ต้องเรียกว่า “เป็นผลงานที่ SUGIZO Produce” รึเปล่านะ
SUGIZO: ก็คงอย่างงั้นละครับ แทนที่จะให้ฟังศิลปินที่ชื่อ SUGIZO อยากให้ฟังในฐานะ Song Writer/Composer/Sound Designer/Producer มากกว่า ก็จะรู้สึกเหมือนเป็น Tomita lab ใน Version SUGIZO นั่นเองครับ

Barks: เหมือนเป็นอัลบั้มของ DJ เลย เหมือนเป็นงานที่ทำโดย Calvin Harris หรือ David Geta
SUGIZO: หมายถึงการ Featuring กับนักร้องและแรปเปอร์เหรอครับ ก็ค่อนข้างใกล้เคียงนะครับ

Barks: ทำผลงานแบบนี้ ยากไหมนะ?
SUGIZO: ลำบากเหมือนกันครับ

Barks: แรกสุดก็คือมีเนื้อร้อง แล้วให้คนที่อยากให้ร้องเพลงร้องให้เหรอ?
SUGIZO: ครึ่งหนึ่งเป็นอย่างนั้นครับ อีกครึ่งที่เหลือคือ เจาะจงว่าจะให้ใครร้องแล้วเขียนเพลงเพื่อคนๆนั้น มีนักร้องหลายคนที่ผมอยากร่วมทำงานด้วย แต่ที่สำคัญคือ ทุกคนเป็นเพื่อนของผม

Barks: หมายถึงรู้จักนิสัยเหรอ?
SUGIZO: เป็นคนที่รู้จักนิสัยใจคอกัน และแค่ยกโทรศัพท์กริ๊งเดียวแล้วก็พูดได้ว่า”มาร้องให้หน่อยได้ไหม”น่ะครับ

Barks: ก็คือไม่ได้เป็นธุรกิจนั่นเองนะ
SUGIZO: ใช่ครับ เพราะฉะนั้น ไม่ใช่ขั้นตอนที่เป็นทางการแบบ “อยากให้เสนอในแบบนี้อย่างเป็นทางการ”แต่ประมาณว่านั่งดื่มกันไป แล้วพูดไปว่า “มาร้องเพลงให้หน่อยสิ” มากกว่า ทุกคนก็เป็นแบบนี้ครับ

Barks: ถ้างั้นแบบนี้ ก็สำคัญที่ความเชื่อมโยงกันแบบ Musicianship นั่นสินะ
SUGIZO: ใช่เลยครับ แรกๆ ทุกคนก็จะคุยเฮฮากัน แล้วผมก็จะพูดว่า”แล้วมารวมตัวกันที่ที่ออฟฟิศนะ” (หัวเราะ) เพราะผมอยากทำบางอย่างที่สร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างเช่นความเชื่อใจ หรือมิตรภาพ มันไม่ใช่งาน แต่น่าจะเป็นการยึดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์นั่นละนะ

Barks: ถ้าอย่างนั้นการต่อสู้กันระหว่างความคาดหวังและผิดหวังก็จะถูกเผยออกมาสินะ
SUGIZO: ก็มีนะครับ แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่เพลงเดียวที่ผมหมดหวัง มีทั้งคนที่คิดไว้และคนที่ไม่เคยคิดไว้มาก่อน อย่างคุณ MORRIE นี่เป็น surprise เลย falsetto ทุกด้าน ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเป็นแบบนี้ และก็ที่สุดยอดเหนือความคาดหมายคือ เคียวจัง ในเพลง “Zessai” หรือที่เกินจากที่คาดไว้เลยคือ K Dub Shine ในเพลง “ Rebellmusik”

MORRIE

Barks: น่าสนุกนะครับ
SUGIZO:  เพลง “Towa” ที่ Ryuichi ร้องเป็นเพลงที่เขียนเพื่ออัลบั้ม A WILL ของ LUNA SEA นะครับ ผมค่อนข้างทุ่มเทมาก เพราะฉะนั้นจึงเปลี่ยนจาก Band Version เป็น Electronic Music Version แทน

Ryuichi

ส่วนเพลง “PHOENIX ~ HINOTORI ~ feat.Toshl” เป็นเพลงที่เขียนให้ X JAPAN ประมาณ 2 ปีที่แล้ว เพราะเป็นเพลงที่เขียนเพื่อให้ Toshi ร้อง เลยเสร็จอย่างดีตามคาดครับ มีความแตกต่างด้านการ Arrange ที่ว่าจะเป็น Band Sound หรือ Electronic แต่ยังไงปลายทางของเพลงก็เหมือนกันครับ

Barks: ผมแปลกใจกับผลงานของ TOSHI-LOW
SUGIZO:  TOSHI-LOWคุงน่ะ ผมเอาเค้าเป็นตัวตั้งก่อนแล้ว แต่งเพลงโดยเน้นที่เพลง Electronic แล้วส่งให้เขาแล้วบอกไปว่า “ผมอยากให้พ่นคำร้องออกมาให้เต็มที่เลย”

Barks: ไม่ใช่ ”ร้องเพลงให้หน่อย” แต่ ”พ่นคำร้องออกมาให้หน่อย” งั้นเหรอ
SUGIZO:  อันที่จริงผมชอบความแข็งแรงของการร้องและพลังของเขานะครับ คิดว่าเป็นคนที่มีพลังในการร้องมากที่สุดในบรรดาเพื่อนของผม ครั้งนี้เลยขอแค่อยากเขียนเพลงที่สามารถแสดงถึงตัวตนเค้าได้หมดเปลือก จะตะโกน จะกระซิบ หรือร้องเพลง แบบไหนก็ได้ ขอแค่ผมได้เพลงจากจิตวิญญาณของเค้า

Barks: แล้วเขารู้เรื่องนี้รึเปล่าครับ
SUGIZO:  เขาโทรหาผมแล้วพูดว่า ”SUGI จัง จะให้ผมร้องยังไงดี “ “แต่ผมไม่เคยทำแบบนั้นนะ” (หัวเราะ)

Barks: นั่นสินะครับ(หัวเราะ)
SUGIZO:  ผมก็เลยอธิบายสิ่งที่ผมอยากได้ไป แล้วสุดท้ายเขาก็ทำออกมาในแบบของเขา เป็นเทคนิคเฉพาะตัวที่ออกมาสุดยอดมากเลยครับ

TOSHI-LOW

Total
136
Shares